Siam Exotica Plants

                                                                                      

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง(Nepenthes) รู้จักกับต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง(Nepenthes) มาดูภายในหม้อข้าวหม้อแกงลิง(In Pitcher of Nepenthes) ปัจจัยการเจริญเติบโตของต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง(How to Grow of Nepenthes) ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง สายพันธุ์แท้ (Nepenthes Species)

การขยายพันธุ์ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง การปักชำ(Cutting) การเพาะเมล็ด(Seeding)  การผสมเกสร (Fertilization) การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ(Tissue Culture) การการปลูกหม้อแบบล้างราก ข้อผิดผลาดจากการเลี้ยงหม้อ


              ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงสายพันธุ์แท้ (Species) ที่กระจายอยู่ทั่วโลกแถบร้อนชื้นมีอยู่นับร้อยสายพันธุ์ รวมทั้งสายพันธุ์ย่อยๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งเกิดจากการผสมสายพันธุ์กันเองในธรรมชาติ มนุษย์เราจึงเกิดแนวคิดที่จะผสมพันธุ์ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงเหล่านั้นซะเองน่าจะได้ผลลัพท์ที่ดีกว่าปล่อยให้มันผสมกันเองตามธรรมชาติ เพราะเราสามารถคัดเลือกต้นที่มีลักษณะเด่นๆ นำมาเป็นต้นพ่อต้นแม่ได้ ซึ่งยังผลให้สามารถทำให้เกิดต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงลูกผสมที่มีลักษณะเด่นทั้งพ่อและแม่มารวมกัน อยู่ภายในต้นเดียวกันได้ แล้วยังเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดความตื่นตาตื่นใจเพื่อรอคอยผลจากการกระทำดังกล่าว เมื่อได้เมล็ดแล้วนำมาเพาะ ว่ามันจะให้หม้อที่งดงามหรือไม่ แต่อย่างน้อยๆ หากไม่ได้ลักษณะของทั้งต้นพ่อและแม่รวมกัน ก็ยังได้ต้นลูกที่ยังคงลักษณะไม่ไปทางพ่อ ก็ทางแม่ไว้เลี้ยงจำนวนมาก นับเป็นการช่วยขยายสายพันธุ์ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อดำรงอยู่ในโลกนี้ต่อไป

               

            ปัญหาในการผสมเกสรต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงที่สำคัญมากคือ ดอกต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงเป็นดอกไม่สมบูรณ์เพศ เพราะต้นเพศผู้กับต้นเพศเมียจะอยู่คนละต้น ฉะนั้นการที่จะผสมกันได้นั้น ดอกเพศผู้และเพศเมียทั้งสองต้นจะต้องบานในเวลา ใกล้เคียงกัน และต้นที่เป็นเพศเมียจะหายากกว่าต้นเพศผู้สักหน่อย  แต่ก็ไม่พ้นความพยายามของนักพัฒนาสายพันธุ์ด้วยวิธีการเก็บรักษาละอองเกสรตัวผู้ไว้ (ในตู้เย็น) ซึ่งสามารถคงความสดของเกสรตัวผู้ไว้รอเกสรตัวเมียที่พร้อมจะทำการผสมได้ประมาณ ๑ เดือน ซึ่งคุณภาพของเกสรตัวผู้จะต่ำลงเรื่อยๆ นับแต่การเก็บไว้ ฉะนั้นอัตราการผสมติดจะน้อยลงเรื่อยๆ เมล็ดที่ได้จะไม่สมบูรณ์ เมื่อนำไปเพาะอัตราการงอกจะน้อยลง ไปจนถึงไม่งอกเลยสักต้น ทำให้เสียแรงเสียเวลาเปล่าครับ    แม้กระนั้นผู้พัฒนาสายพันธุ์ก็ยอมครับ เพราะหากสามารถผสมติด แล้วเพาะงอกขึ้นมากได้แม้จะเป็นเพียงต้นเดียว แต่ผลลัพท์ออกมาเห็นแล้วตกใจตาค้าง อ้าปากค้าง ร้องได้คำเดียว "แม่เจ้า!!!" ถือว่าคุ้มสุดคุ้มแล้วครับ 

                 

             มีผู้เคยถามเสมอว่าจะดูอย่างไรว่าต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง ต้นไหนเป็นตัวผู้ต้นไหนเป็นตัวเมีย ซึ่งนับเป็นเรื่องยากที่จะระบุได้เพราะมันมีลักษณะเหมือนๆ กัน นอกจากรู้มาจากผู้เลี้ยงเดิมๆ ว่าสายพันธุ์ที่นำมานั้นได้มาจากต้นที่เป็นตัวผู้หรือตัวเมีย พูดง่ายๆ ก็คือ ต้องรอให้มันออกดอกก่อนเท่านั้น ซึ่งบางครั้งเห็นดอกแล้วยังดูไม่ออกเลย    จนกว่าจะใกล้ๆ บาน หรือบานแล้ว แต่หากท่านใจร้อนก็อยากรู้ก็ต้องเด็ดออกมาดอกหนึ่งแล้วแกะหรือผ่าดูครับ เพื่อให้ทราบล่วงหน้าว่ามันเป็นตัวผู้หรือตัวเมีย จะได้คิดวางแผนไว้ก่อนว่าจะหาคู่ผสมได้จากที่ไหนบ้าง หากรอให้บานแล้วค่อยมาหาคู่อาจจะไม่ทันการครับ

ลักษณะสัญญาณบอกว่าต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง กำลังตั้งท้อง ช่อดอกครับ ซึ่งจะเกิดในช่วงปลายปี

แล้วก็ค่อยๆ แทงช่อออกมา แบบนี้

หรือแบบนี้

เราลองมาดูสิว่าดอกต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง ตัวผู้กับตัวมีลักษณะอย่างไร

ลักษณะดอกตัวผู้ เมื่อยังไม่บาน จะมีลักษณะกลมๆ ดอกตัวผู้เมื่อเริ่มบาน จะเป็นเส้นๆ กอดรัดกันอยู่ แต่ยังนำไป ผสมไม่ได้
ลักษณะดอกตัวเมีย เมื่อยังไม่บาน   มีลักษณะรีๆ นิดๆ ดอกตัวเมียเมื่อบานเต็มที่ มีลักษณะเป็นรูปคณโฑ ยอดบานๆ พร้อมรับการผสม
 เกสรตัวผู้ เมื่อบานเต็มที่ จะมีละอองสีเหลืองๆ ฟูๆ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ สามารถนำไปผสมได้แล้ว

เกสรตัวเมีย  สิ่งหนึ่งที่เป็นสื่อชักนำให้แมลงมาช่วยผสมเกสรให้คือ กลิ่นหอม และน้ำหวาน ครับ เมื่อดอกตัวเมียพร้อมผสมจะส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ และเมื่อสังเกตดูบริเวณยอดดอกจะมีน้ำเหนียวๆ และที่ภายใน กลีบดอกจะผลิตน้ำหวานไว้ล่อเหล่าแมลงทั้งหลาย ซึ่งผมได้ ทดลองเป็นแมลง ลองชิมดูแล้วครับ มันหวานจริงๆ

เมื่อได้เวลาอันเป็นมงคลแล้ว ก็จัดพิธีส่งบ่าวสาวเข้าหอครับ โดยทำการตัดดอกตัวผู้(ทีละดอก) นำไปเขี่ย หรือแตะกับ ยอดของดอกตัวเมีย ทีละดอกจนเห็นมีผงเหลืองติดอยู่ที่ยอด จนได้จำนวนดอกตามต้องการ ซึ่งภายในช่อดอกตัวเมียนั้น เราสามารถจะทำการผสมกับตัวผู้ได้หลายๆ สายพันธุ์ เพียงแต่เขียนชื่อติดไว้แล้วกันว่าผสมไว้ช่วงไหนบ้าง จะได้ไม่สันสนในการเก็บเมล็ดไปเพาะ (ดูเกสรนะครับ อย่าดูที่เล็บ สกปรก โครตๆๆๆ ) หลังจากนั้นอีกหลายวันต่อมา ยอดดอกตัวเมียจะมี ลักษณะแห้งด้านๆ ไม่มีน้ำเหนียวๆ อีก
และอีกหลายๆ วันต่อมา ยอดตัวเมียก็จะเริ่มเจริญเติบโตขึ้น เป็นฝักใหญ่ๆ

และใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ  ช่วงนี้เราก็ได้แต่รอ... รอ... ให้ฝักแก่ ครับ

       เมื่อฝักแก่จะมีสีน้ำตาลแก่ ช่วงนี้ควรจะดูบ่อยๆ เพราะเมื่อไรที่ฝักแก่จะฝักแตกแล้ว เมล็ดภายในฝัก ก็จะหลุดออกจากฝักจนหมด อดเพาะเชียวครับ

 ส่วนว่าฝักจะแก่เมื่อไรนั้น ต้องดูเอาเองครับ หากฝักยังมีสีเขียวอย่างงี้ก็อีกนาน

      แต่เมื่อเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้าแล้วก็แก่แล้ว ส่วนจะถึงเวลาเก็บรึยังต้องสังเกตอีกนิด หากปลายยอดเริ่มมีรอยแตกนิดๆ ก็สามารถเก็บได้แล้วครับ แต่ควรจะเก็บตั้งแต่โคนช่อไล่ขึ้นไปหายอดครับ เพราะการเจริญเติบโตช่วงปลายยอดจะช้ากว่าช่วงโคนช่อดอก สรุปก็คือ ดอกล่างๆ จะทะยอนแก่ก่อน ครับ

 

             สำหรับการเขียนชื่อของลูกผสมที่ได้ (ที่ไม่ได้รับการจดทะเบียนชื่อ)  ให้เอาชื่อของตัวแม่ (ต้นที่ถือฝัก) นำหน้าแล้วใส่เครื่องหมาย X คั่น  ตามด้วยชื่อตัวพ่อ  เช่น N.ampullaria x N.bicalcarata   หรือ N.bellii x N.ampullaria    หากเป็นการผสมกันหลายๆ ชั้น เช่น (N.bellii x N.veitchii) x N.spectabilis  หมายถึง N.bellii x N.veitchii  เป็นต้นแม่  และ N.spectabilis  ต้นพ่อ

                 

Go  to  Top

ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง(Nepenthes) รู้จักกับต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง(Nepenthes) มาดูภายในหม้อข้าวหม้อแกงลิง(In Pitcher of Nepenthes) ปัจจัยการเจริญเติบโตของต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง(How to Grow of Nepenthes) ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง สายพันธุ์แท้ (Nepenthes Species)

การขยายพันธุ์ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง การปักชำ(Cutting) การเพาะเมล็ด(Seeding)  การผสมเกสร การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ(Tissue Culture) การการปลูกหม้อแบบล้างราก ข้อผิดผลาดจากการเลี้ยงหม้อ

       

 


          

Side Menu


Shopping

Name : Huperzia goebelii [H-GOEB]
Details : Huperzia goebelii Blue Form size 6" pot and It long more than 50 cm.

Normal price : 30.00
Special price : 23.00

Name : Platycerium coronarium Philippinse Dwarf Extra Lagre [PCOR-PHI-D]
Details : Platycerium coronarium Philippinse "Dwarf" Extra Size growing by spore size 15" pot.

Normal price : 195.00
Special price : 180.00

Name : Platycerium Mt. Kitshakood Extra Lagre [PMKK004]
Details : It is new hybrids between P.coronarium x  P.ridleyi   growing by spore size 20" pot
Normal price : 195.00
Special price : 185.00

Name : Platycerium coronarium Philippinse Dwarf [PCORP-D-SP]
Details : This is fresh the spore of Platycerium coronarium var. Philippinse "Dwarf" form
quantity  3,000 - 5,000 spore/pack
Normal price : 20.00
Special price : 18.00

Name : Platycerium grande Extra Large [PGRA004]
Details : It is growing by spore size 20" pot.
Normal price : 160.00
Special price : 160.00

Name : Platycerium superbum [PSB-SP]
Details : This is fresh the spore of  Platycerium superbum giant type of Sunshine Coast Queensland Australia.
quantity  2,000 - 3,000 spo
Normal price : 20.00
Special price : 17.00

Side Page

 สถิติวันนี้ 308 คน
 สถิติเมื่อวาน 1009 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
18495 คน
52704 คน
546547 คน
เริ่มเมื่อ 2012-10-12

อัตราแลกเปลี่ยนเงิน

Copyright (c) 2006 by Siam Exotica Plants