Siam Exotica Plants

                                                                              

 

การขยายพันธุ์ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง
การปักชำ (Cutting)

Image by Siamexotica.com

            การปักชำหรือการตัดปักหม้อ เป็นวิธีที่ง่ายและนิยมทำกันมากที่สุด ที่บอกว่าง่ายนั้นหมายความว่าเป็นวิธีปฏิบัติได้ง่ายที่สุด แต่จะได้ผลสำเร็จเป็นต้นหม้อสวยๆ หรือไม่ ต้องอยู่ที่ฝีมือการปฏิบัติ และความยากง่ายในการแตกรากของต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงแต่ละสายพันธุ์ บางต้นสามารถแตกรากงอกได้ง่ายมาก แค่ตัดแล้ววางทิ้งๆ ไว้ยังออกรากใหม่ได้เลย บางต้นอุตส่าห์ตั้งใจทำอย่างดี อ้าว!!! ยอดตัดชำไว้เน่าตายหมดเลย แต่ไม่เป็นไร(คิดในใจ) เรายังมีต้นโคนเหลืออยู่ รีบวิ่งกลับไปดูต้นโดนว่า หลังจากที่ตัดยอดไปชำแล้ว แตกหน่อยอดใหม่แล้วยัง อ้าว!! พระเจ้าทำไมเป็นแบบนี้ ต้นโคนที่เหลืออยู่แห้งตายไปตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย...แงๆ ๆๆ กว่าจะได้ต้นนี้มาอดขนม ไปเป็นเดือนๆ หวังจะชำให้ได้ต้นใหม่ออกมาเพื่อขายคืนทุนซะหน่อย ตอนนี้ไม่เหลืออะไรเลย

       

          ฉะนั้นก่อนจะลงมือตัดปักหม้อ ท่านต้องคิดให้ดีก่อนซึ่งหากต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงที่ท่านกำลังคิดจะตัดปักนั้นเป็นต้นหายาก ราคามหาโหดล่ะก็ แงงๆๆๆๆ เริ่มแรกท่านควรจะฝึกปฏิบัติทดลองตัดชำต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงที่ราคาถูก หาง่าย ๆ ก่อน เพื่อหาประสบการณ์และเพิ่มความชำนาญ จะทำให้มีความมั่นใจมากชึ้น เมื่อต้นที่ชำไว้ประสบความสำเร็จ

          เรามาเริ่มต้นตัดชำต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง ตามสไตล์ Siam Exotica Plants ครับ ซึ่งก็ไม่ได้แตกต่างไปจากวิธีการของคนอื่นๆ ที่ชำต้นไม้ทั่วไปกันเลยครับ มาดูกัน

Image by Siamexotica.com

Image by Siamexotica.com

        1. ทำการพิจารณาเลือกกิ่งหรือยอดที่จะมาตัดชำ ควรเป็นกิ่งที่กำลังเจริญเจริญเติบโตเต็มที่ ข้อใหญ่สมบูรณ์                  2. เลือกตำแหน่งข้อที่ต้องการตัด ควรเลือกข้อที่ไม่แข็งมากนัก เพราะโอกาสที่จะแตกรากจะน้อยลง จากนั้นใช้มีดคมๆ ตัดเฉียง ๆ ให้ขาดเพียงครั้งเดียว (ไม่ควรใช้กรรไกรตัด เพราะจะทำให้กิ่ง และข้อแตกได้) แล้วอย่างพยายามตัดลงมาถึงบริเวณเปลือก ของลำต้นที่เป็นสีน้ำตาล เพราะต้นแม่ในส่วนที่เป็นโคนนี้อาจจะ ไม่สามารถแตกตาใหม่ออกมาได้อีก ทำให้ต้นแม่นี้ตายได้
Image by Siamexotica.com Image by Siamexotica.com

           3. จากนั้นใช้ยาฆ่าเชื้อราหรือปูนแดงกินกับหมาก ทาแผลรอยตัดที่ต้นโดนทันที เพื่อป้องกันเชื้อราเข้า บาดแผล แล้วรุกลามเข้าทำลายต้นโคน

          ซึ่งอีกไม่นานหน่อยอดใหม่ก็จะแตกออกมาแทนที และอาจจะมีมากกว่า 1 หน่อ ตามตาของข้ออื่นๆ อีก ทีนี้แหล่ะ ต้นแทนที่จะมีเพียงยอดเดียว กลับจะ มียอดเพิ่มมากขึ้น ให้เราได้ตัดชำได้อีกครับ

         4. นำยอดมาตัดเพิ่มอีก โดยให้ แต่ละท่อนควรมี 2 ข้อ เพื่อความ ปลอดภัย หรือใครมีความมั่นใจสูง จะตัดให้ เหลือแค่ข้อเดียวก็ได้ครับ (ในรูปที่ แสดงนี้ผมได้ตัดยอดต้นไวกิ้ง มาเพิ่ม อีกยอดหนึ่ง เพราะยอดของ ไทเกอร์ที่ตัดมานั้น ตัดทอนได้เพียง 2 ท่อน) สำหรับท่อนยอดนั้น ควรเว้นไว้ให้ยาวกว่าท่อนอื่นๆ เนื่องจากเนื้อเยื่อส่วนนี้ถ้าตัดให้อ่อนมาก อาจจะแตกรากไม่ได้ เน่าตายเปล่าๆ ครับ จากนั้นให้ตัดใบทิ้ง(เหลือไว้นิดหน่อย เพื่อจะได้สังเคราะห์ได้บ้าง) เพื่อลดการคายน้ำของใบ ส่วนใบบริเวณ ที่จะใช้ปักให้ตัดใบออกให้หมด
Image by Siamexotica.com Image by Siamexotica.com
      5. การตัดกิ่งชำควรตัดให้เป็นมุมเฉียงๆ เพื่อจะได้มีพื้นที่แตกรากได้มาก ๆ นำกิ่งท่อนที่ตัดไว้นำมาทาหรือชุบในยาเร่งราก (ที่นิยมใช้เป็นเซราดิกซ์ บี) แล้วผึ่งไว้ให้ยาแห้ง ส่วนรอยแผลกิ่งด้านบน(ที่ไม่ใช่ท่อนยอด) ให้ ใช้ยาฆ่าเชื้อราหรือปูนแดงกินกับหมากทาปิด รอยแผลด้วย             6. เตรียมเครื่องปลูกสำหรับชำกิ่ง สูตรของ Siam Exotica Plants ใช้ขุยมะพร้าว + พีสมอส + ทราย + ขี้เถาแกลบ ผสมกัน หรือท่านอาจใช้ ขุยมะพร้าว + ทราย ก็ได้
Image by Siamexotica.com Image by Siamexotica.com
            7. นำเครื่องปลูกใส่กระถางไม่ต้องใหญ่มาก ใช้ขนาด 3-4 นิ้วก็พอ แล้วนำท่อนกิ่งพันธุ์ที่ทายา แห้งดีแล้ว ปักลงไป กดเครื่องปลูกรอบกิ่งให้แน่น พอไม่ให้กิ่งไม่ล้ม หรือใครจะใช้ไม้ปักคล้ำไว้ก็ได้ แล้วรดน้ำให้ชุ่มทั้งกระถาง            8. สิ่งที่สำคัญอีกอย่างคือ ควรทำป้ายชื่อ ของสายพันธุ์ พร้อมวันเวลาที่ปักชำติดไว้ กับกระถางด้วย เพราะเมื่อเวลาผ่านไป ท่านจะลืมว่าที่ชำไว้นั้นเป็นพันธุ์อะไร ยิ่งหากกิ่งพร้อมๆ กันหลายๆ สายพันธุ์ด้วยแล้วล่ะก็ งงแน่ๆ
Image by Siamexotica.com Image by Siamexotica.com
          9. แล้วนำกระถางใส่ในถุงพลาสติกขนาดใหญ่พอ ที่จะคลุมกระถางพร้อมกิ่งชำได้หมด ใส่น้ำลงก้นถุงเล็กน้อย จะได้ไม่ต้องคอยเปิดออกมา รดน้ำบ่อยๆ และเพื่อเป็นการเพิ่มความชื้นของ บรรยากาศโดยรอบ ใบหม้อที่ยังเหลืออยู่จะได้ ไม่คายน้ำมาก ทำให้กิ่งชำสามารถดำรงความสด ไว้ได้นาน จนกว่าจะแตกรากใหม่ออกมา ซึ่งบางท่านอาจจะไม่ต้องใช้ถุงพลาสติดอบไว้ นำไปตั้งในที่ชื้นๆ มีแสงแดดรำไรก็ใช้ได้ แต่นั่นหมายถึง ท่านจะต้องมีภาระคอยดูแลรดน้ำ อยู่เสมอ ทิ้งไม่ได้ ไม่อย่างนั้น ตาย!!! เพียบครับ

           10. ใช้เชือกหรือลวด มัดปากถุงให้แน่น นำไปวางไว้ในที่มีแสงแดดรำไร แล้วโยงปลายเชือก/ลวดอีกข้างหนึ่งยึดกับ วัตถุอะไรก็ได้ที่พอจะหาได้ เช่น กิ่งไม้ หรือบรรดากระถางต้นไม้ที่แขวนๆ อยู่ เป็นต้น เพื่อไม่ให้ปากถุงล้มลงมา หรือบางท่านอาจจะใช้ไม้หรือวัสดุอื่นปัก ลงกลางกระถางคล้ำไว้ไม่ให้ปากถุงล้มพับ ลงมา ก็สามารถใช้ได้

        ซึ่งต่อแต่นี้เป็นต้นไปกิ่งชำก็จะอยู่ในสภาพ ความชื้นสัมพัทธ์ 100 % รอการแตกตา และยอดใหม่ หากหลายวันผ่านไป กิ่งชำยังสดอยู่

Image by Siamexotica.com Image by Siamexotica.com
           11. หากหลายวันผ่านไป แล้วกิ่งชำยังคงสดอยู่ เหมือนเดิม ก็มีโอกาสชำติดได้มาก แต่ยังไม่ออกราก รอจนกว่าจะมียอดใหม่แตก ออกมาจากตาข้าง หรือยอดมีการผลิตใบอ่อน เพิ่มขึ้น ก็เป็นสัญญาณแสดงว่าเริ่มแตกรากแล้ว ไชโย!! สำเร็จแล้ว

          แต่อย่าเพิ่งดีใจนะครับ เพราะขบวนการยังไม่หมด และนับเป็นขั้นตอนที่สำคัญอีกขั้นหนึ่ง คือ การปรับสภาพให้กับกิ่งชำ

 

            12. เมื่อกิ่งชำแตกยอดและใบจนเห็น ว่าแข็งแรงดีแล้ว ก็มาถึงขั้น การปรับสภาพ ให้กับกิ่งชำ เนื่องจากกิ่งชำ ในถุงอยู่ในสภาพความชื้นสัมพัทธ์ 100 % ซึ่งเขาจะชินกับบรรยากาศความชื้นสูง เขาจึงไม่จำเป็นต้องสร้างไข (Wex) ปกคลุมผิวใบ ฉะนั้นเมื่อท่านเปิดถุงเร็วเกิน ไป น้ำในเซลล์จะระเหยออกมาทันที ที่สัมผัสกับอากาศภายนอก ซึ่งวิธีการปรับ สภาพมีหลายๆ วิธีที่จะปฏิบัติกัน สรุปง่ายๆ ก็คือ ใช้วิธีอะไรก็ได้เพื่อให้กิ่งชำ ค่อยๆ เคยชินกับสภาพความชื้นที่น้อยลง เพื่อกระตุ้นให้เขาสร้างไขมาปกคลุมผิวใบ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ อาจจะใช้วิธีเจาะรูที่ถุงพลาสติกทีละรู แล้วค่อยๆ เจาะเพิ่มมากขึ้นในวันต่อไป โดยใบของกิ่งชำจะต้องไม่มีอาการใบนิ่มหรือ เหี่ยว หากมีอาการใบนิ่มหรือเหี่ยวต้องรีบปิด รูที่เจาะเพิ่มใหม่นั้น แล้วรอเวลาให้นานขึ้น ถึงจะเจาะเพิ่มใหม่   แต่วิธีของ Siam Exotica Plants จะใช้การ เปิดปากถุงแทนการเจาะ เพราะขี้เกลียดเจาะ โดยครั้งแรกๆ ก็เปิดน้อยๆ ก่อน แล้ววันต่อๆ มาก็เปิดมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเปิดกว้างหมด ระหว่างการเปิดปากถุง ต้องดูแลการรดน้ำ เพิ่มลงไป
Image by Siamexotica.com
            13. ทำการเจาะรูที่ก้นถุงเพื่อ ระบายน้ำที่รดหรือน้ำฝนออกจากถุง (ในรูปไม่ได้เจาะ  ใช้ฉีกเอาด้วยความขี้เกลียดไปหยิบมีด จึงไม่เรียบร้อย อย่าเอาอย่างนะครับ)   เปิดปากถุงไว้จนแน่ใจแล้วว่า ใบไม่เหี่ยวแน่ ๆ จึงค่อยเอาถุงออก แต่กระถางนั้นควรตั้งไว้ ตำแหน่งเดิมก่อนสักระยะหนึ่ง เพื่อให้เคยชิน กับสภาพแวดล้อมภายนอก

     14. จากนั้นก็สามารถย้ายกระถาง เพื่อเพิ่มแสงแดดมากขึ้น แล้วเลี้ยงต่อไปตามปกติ

 

 

Go  to  Top

   
 

ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง(Nepenthes) รู้จักกับต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง(Nepenthes) มาดูภายในหม้อข้าวหม้อแกงลิง(In Pitcher of Nepenthes) ปัจจัยการเจริญเติบโตของต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง(How to Grow of Nepenthes) ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง สายพันธุ์แท้ (Nepenthes Species)

การขยายพันธุ์ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง การปักชำ(Cutting) การเพาะเมล็ด(Seeding)  การผสมเกสร การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ(Tissue Culture) การการปลูกหม้อแบบล้างราก ข้อผิดผลาดจากการเลี้ยงหม้อ

 


                      

Side Menu


Shopping

Name : Huperzia goebelii [H-GOEB]
Details : Huperzia goebelii Blue Form size 6" pot and It long more than 50 cm.

Normal price : 30.00
Special price : 23.00

Name : Platycerium Mt. Kitshakood Extra Lagre [PMKK004]
Details : It is new hybrids between P.coronarium x  P.ridleyi   growing by spore size 20" pot
Normal price : 195.00
Special price : 185.00

Name : Platycerium coronarium Philippinse Dwarf [PCORP-D-SP]
Details : This is fresh the spore of Platycerium coronarium var. Philippinse "Dwarf" form
quantity  3,000 - 5,000 spore/pack
Normal price : 20.00
Special price : 15.00

Name : Platycerium grande Extra Large [PGRA004]
Details : It is growing by spore size 20" pot.
Normal price : 160.00
Special price : 160.00

Side Page

 สถิติวันนี้ 221 คน
 สถิติเมื่อวาน 573 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
31455 คน
120258 คน
614101 คน
เริ่มเมื่อ 2012-10-12

อัตราแลกเปลี่ยนเงิน

Copyright (c) 2006 by Siam Exotica Plants