SIAMEXOTICA.COM Slogan slogan slogan
Simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simle
***Note: Right click here. And select for Edit header image ***
Search

Main Menu
Counter
 สถิติวันนี้ 238 คน
 สถิติเมื่อวาน 231 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
10940 คน
23856 คน
857114 คน
เริ่มเมื่อ 2012-10-12

Link
My marquee text
Welcome to Website .........
 

Orchid of Thailand

Genus: Acanthephippium

Home<< Site Map << How to Orchid << Genus << Acanthephippium
        
     

 

 

Acanthephippium gougahensis  (Guillaumin)Seidenf.

 ชื่อพ้อง  :  Acantephippium  thailandica (Seidenf.), Calanthe gougahensis (Guillaumin)
 ชื่อไทย  :  เหยือกน้ำดอย
    พบครั้งแรกที่เมือง Gougah ประเทศเวียดนาม ในปี พ.ศ.2497 โดย Andre Guillaumin นักพฤกษศาสตร์ชาวฝรั่งเศส  โดยตั้งชื่อครั้งแรกเป็น Calanthe gougahensis  ต่อมาปี พ.ศ.2518 ศาสตราจาย์ Gunnar Seidenfaden ย้ายมาอยู่ในสกุล Acantephippium  และตั้งชื่อชนิด gougahensis  ตามถิ่นที่สำรวจพบคั้งแรก

 ลักษณะ  : ลำลูกกล้วยอวบน้ำ รูปกรวยคว่ำแลมีหลายข้อ  ใบรูปหอกมี 2-4 ใบ ขนาด 10 x 30 ซม.  แผ่นใบเกลี้ยง โคนใบเป็นกาบ ใบอ่อนม้นตามยาว ช่อดอกสั้น ออกด้านข้างมี 3-5 ดอก  ดอกมีขนาด 1.5 x 2 ซม. กลีบเลียงเชื่อมติดกัน คางดอกกลมและสั้นกว่าความยาวกลีเลี้ยงบน  ด้านนอกของกลีบเลี้ยงและกลีบดอกสีครีม  ด้านในมีลายสีน้ำตาลแดง  กลีบปากสีเหลืองและมีหูกลีบสีม่วง สันบนกลีบปากสีม่วงอมน้ำตาล  โคนเส้าเกสรมีจุดสีม่วงอมน้ำตาลจำนวนมาก  พบได้ยากในธรรมชาติ

การกระจายพันธุ์  : จีน ไทย เวียดนาม
ประเทศไทยพบที่ : เลย  จันทบุรี
ลักษณะถิ่นอาศัย  : พบขึ้นตามป่าดิบเขาและป่าดิบชื้น บริเวณที่มีแสงแดดรำไร จนถึงค่อนข้างมืดครึ้ม  ที่ความสูง 500-1,300 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล
ฤดูออกดอก  : เดือน เม.ย. - พ.ค.  ช่วงออกดอกไม่ทิ้งใบ 

   

 

Acanthephippium striatum  Lindl.
 ชื่อพ้อง  : 
 ชื่อไทย  :  เหยือกน้ำดอย
   

 ลักษณะ  : ลำต้นอวบน้ำ  ใบรูปรี ขนาด 20 - 24 x 4-5 ซม. ปลายแหลม โคนสอบเรียวเป็นก้าน  ดอกในช่อเป็นกระจุก ทยอยบนคราวละ 1 - 2 ดอก  ขนาดดอกประมาณ 2.5 x 1 ซม.

     เป็นกล้วยไม้ดินที่พบได้ค่อนข้างยาก  เช่นเดียวกับ  A.sylhetense Lindl.

การกระจายพันธุ์  : เนปาล สิกขิม ภูฏาน อินเดียทางตวันออกเฉียงเหนือ  เวียดนาม และมาเลเชีย
ประเทศไทยพบที่ : 
ลักษณะถิ่นอาศัย  : พบขึ้นตามป่าดิบชื้นในภาคเหนือ บริเวณที่ความสูง1,000 เมตรขึ้นไป เหนือระดับน้ำทะเล
ฤดูออกดอก  : 

 

Acanthephippium
    สกุล อะแคนเทฟิปปิออุม หรือ อะแคนเทฟิปเปียม ตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2368 โดย Carl Ludwig von Blume นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน  สำหรับชื่อสกุลมาจากภาษากรีก คือ คำว่า akantha แปลว่า "เขา" และ ephippin แปลว่า "อานม้า" รวมหมายถึง กลีบปากที่มีลักษณะคล้ายอานม้า และด้านบนมีสันแหลม

  

ลักษณะทั่วไป

   เป็นกล้วยไม้ดิน พบขึ้นตามพื้นดินตามป่าดิบชื้น เจริญเติบโตทางข้างโดยมีเหง้าใต้ดินสั้นๆ  มีอายุหลายปี ลำต้นเหนือดินหรือลำลูกกล้วยมีหลายข้อปล้อง โคนป่องปลายเรียว แต่ละต้นมี 2 ใบ แบบใบพัดจีบ สีเขียเข้ม เรียงเวียน ตั้งแต่โคนต้นถึงปลายใบสูง 30 - 50 ซม. ใบอ่อนม้วนตามแนวยาว ใบแก่แห้งเหี่ยวคาต้น 

   ช่อดอกสั้น เกิดจากโคนหัว ก้านช่อยาวกว่าแกนช่อ ใบประดับมีขนาดใหญ่ไม่หลุดล่วง  ดอกค่อนข้างใหญ่ มีลักษณะคล้ายเหยืกน้ำ เกิดจากกลีบเลี้ยงด้านข้างเชื่อติดกันตรงโคน ส่วนปลายกลีบแยกเปิดออกจากกัน  กลีบปากอยู่ด้านล่าง เส้าเกสรมีส่าวนยืดเป็นคางยาว  กลุ่มเรณูมีฝาครอบ กลุ่มเรณูมี 8 กลุ่ม ไม่มีก้านและแป้นก้านกลุ่มเรณู

    สกุล อะแคนเทฟิปปิออุม  มีการกระจายพันธุ์ในเขตร้อนของทวีปเอเชีย จากการสำรวจพบเพียง 11 ชนิด และพบในประเทศไทย 3 ชนิด  มักขึ้นตามภูเขาสูงจากระดับน้ำทะเล 600 เมตรขึ้นไป ในป่าไม่ผลัดใบทั่วทุกภาค  ยกเว้น ภาคกลาง

 

                

 

 

 

Abdominea |Acanthephippium| Acampe | Acriopsis | Aerides | Adenoncos | Agrostrophyllum | Anoectochilus | Aphyllorchis | Appendicula | Arachnis
Arundina | Ascocentrum | Biermannia | Bulbophyllum | Brachycorythis | Calanthe | Cephalanthera | Cheirostylis | Chiloschista | Chrysoglossum
Cleisostoma | Coelogyne | Corymborkis | Cryptostylis | Cymbidium | Cyrtosia  | Dendrobium | Dienia| Doritis | Drymoda| Epipogium |Epigeneium
Eria |
Eriodes | Eulophia | Flickingeria | Galeola | Gastrochilus | Gastrodia | Geodorum | Goodyera | Grammatophyllum | Grosourdya | Habenaria
Herminium | Herpysma| Hetaeria | Holcoglossum | Hygrochilus | Ione | kingidium | Lecanorchis | Liparis | Ludisia | Luisia | Malaxis | Macropodanthus 
Micropera | Macropodanthus | Micropera | Microsaccus | Monomeria | Neogyna | Nervilia | Neuwiedia | Oberonia | Odontochilus | Ornithochilus 
Otochilus | Oxystophyllum| Pachystoma | Panisea | Panisia | Paphiopedilum | Papilionanathe | Pecteilis | Pennilabium | Peristylus | Phalaenopsis
Phaius | Pholidota | Pleione| Podochilus | Polystachya | Porpax | Renanthera | Rhomboda | Rhynchogyna | Rhynchostylis | Rhytionanthos
  
Robiquetia | Saccolobiopsis | Sarcoglyphis | Schoenorchis | Seidenfadenia | Smitinandia | Spathoglottis | Staurochilus | Sunipia | Taeniophyllum
  
Tainia | Thelasis | Thrixspermum | Thunia | Trias | Trichoglottis | Trichotosia | Uncifera | Vanda | Vandopsis |
Vanilla | Vrydagzynea | Zeuxine 


More


Copyright (c) 2006 by Siam Exotica Plants