Siam Exotica Plants
                                                 
                 

Orchid of Thailand

Genus: Adenoncos

Home<< Site Map << How to Orchid << Genus << Appendicula
                      

 

Appendicula

    สกุล แอบเพ็นดิคิวลา (ad-pen-di-cu-la) หรือ แอ็ปเพ็นดิคูลา ตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1825 โดย Carl Ludwig von Blume ชื่อจากภาษาลาติน แปลว่า รยางค์เล็กๆ ซึ่งสื่อถึงรยางค์เล็กที่ปรากฎบนกลีบปากของสกุลนี้

ลักษณะโดยทั่วไป

    เป็นกล้วยไม้อิงอาศัยเจริญเติบโตทางข้าง ลำต้นลูกกล้วยทรงกระบอกเรียวยาว ใบขนาดเล็กมีหลายใบเรียงสลับระนาบเดียว ใบอ่อนพับตามยาว ใบมีอายุหลายฤดูก่อนที่จะหลุดร่วง  ช่อดอกแบบช่อกระจะออกที่ปลายยอดหรือด้านข้างลำต้น ช่อดอกสั้นกว่าใบ ดอกทยอยบานจากโคนสู่ปลายช่อ  กลีบเลี้ยงและกลีบดอกแยกเป็นอิสระ มัสีเขียว กลีบเลี้ยงคู่ข้างเชื่อมเป็นคางดอก และแผ่กางออกจากกันเล็กน้อย กลีบปากมีรยางค์เล็กๆ บนแผ่นกลีบ

    เส้าเกสรสั้น  ไม่มีเดือยดอก กรุมเรณูมี 6 กลุ่มยึดติดกับเยื่อบางๆ ไม่มีก้านกลุ่มเรณู แต่มีแป้นเหนียว

   การกระจายพันธุ์ในเขตร้อนของทวีปเอเซีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้จนถึงหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก มีประมาณ 90 ชนิด  ในประเทศไทยพบ 7 ชนิด กระจายพันธุ์ทางภาคตะวันออก  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้

 

  

 

Appendicula floribunda  Schltr.
 ชื่อพ้อง  : 
 ชื่อไทย  :  หางแมงป่อง
   

 ลักษณะ  : เป็นกล้วยไม้ขนาดกลาง ลำต้นและรากคล้าย A.cornuta ใบรูปไข่หรือรูปใบหอก ขนาด 2-3 x 1.2-1.8 ซม. แผ่นใบค่อนข้างบาง ปลายใบแหลม ช่อดอกเกิดที่ปลายยอด ดอกดกและแน่น ขนาดดอก 5-6 มม.

การกระจายพันธุ์  : อินโดนีเซีย
ประเทศไทยพบที่ : ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้
ลักษณะถิ่นอาศัย  : สามารถพบเห็นได้ในธรรมชาติได้น้อย
ฤดูออกดอก  : ฤดูร้อน เดือน ต.ค. - พ.ย.

  

                   

 

           

Appendicula cornuta  Blume.
 ชื่อพ้อง  : 
 ชื่อไทย  :  หางแมงเงา
   ในปี ค.ศ.1825 Carl Ludwig von Blumeตั้งชื่อพฤกษศาสตร์ว่า "A. cornuta" ชื่อระบุชนิดเป็นภาษาละติน แปลว่า เขา

 ลักษณะ  : เป็นกล้วยไม้อิงอาศัย ลำลูกกล้วยเล็กและขึ้นชิดกันเป็นกอ ต้นยาว 15-30 ซม. รากผอมเล็กเกิดที่โคนต้นเป็นกระจุก  ใบขนาดเล็กรูปขอบขนานเรียงสลับกันเป็นจำนวนมาก ขนาด 1 x 2 - 2.5 ซม. ปลายใบเว้าบุ๋มและมีติ่งแหลม ช่อดอกสั้นออกที่ปลายลำต้น ดอกขนาดเล็กเรียงแน่น ขนาด 0.5 ซม. สีขาวถึงสีเหลืองอ่อน บานคราวละ 2-3 ดอก กลีบเลี้ยงบนรูปรี กลีบเลี้ยงคู่ข้างมีฐานกลีบกว้าง กลีบดอกรูปรีกว้าง และซ่อนอยู่ในดอกที่ไม่บานมากนัก กลีบปากรูปขอบขนาน เป็นอุ้งตื้นๆ กลางกลีบมีสันนูน

การกระจายพันธุ์  : สิกขิม(อินเดีย) พม่า เวียดนาม จีน(ฮ่องกง ไหหลำ) และภูมิภาคเอเชีย
ประเทศไทยพบที่ : เลย พิษณุโลก นครนายก ปราจีนบุรี สุราษฎร์ธานี
ลักษณะถิ่นอาศัย  :  พบในป่าดิบเขาที่มีแสงแดดรำไร ความสูง 1,100-1,300 เมตรเหนือน้ำทะเล ไม่พบปลูกเลี้ยงตามบ้านเรือนและตามสวนพฤกษศาสตร์ ในธรรมชาติพบค่อนข้างน้อย สามารพพบเห็นได้ในบางพื้นที่
ฤดูออกดอก  : ฤดูร้อน เดือน ก.ค. - ส.ค. ช่วงออกดอกจะไม่ผลัดใบ

Appendicula reflexa Blume.
 ชื่อพ้อง  : 
 ชื่อไทย  :  หางแมงเงาเล็ก
     ในปี ค.ศ.1925 Carl Ludwig von Blume ตั้งชื่อพฤกษศาสตร์ว่า "A. reflexa"  มาจากภาษาละตินว่า reflexus แปลว่า พับลง หมายถึง กลีบปากที่พับลง

ลักษณะ  : เป็นกล้วยไม้อิงอาศัย ลำลูกกล้วยเรียวยาว 15-30 ซม. ใบรูปแถบแกมรูปใบหอก ขนาด 0.5-2.5 ซม. โคนใบเป็นกาบ ช่อดอกออกทั้งที่ปลายลำต้นและที่ด้านข้าง มี 3-9 ดอก ทยอยบานครั้งละ 2-3 ดอก ดอกขนาดเล็ก 0.2-0.3 ซม. สีขาวถึงเหลืองอ่อน กลีบเลี้ยงและกลีบดอกรูปไข่แกมรูปใบหอก ปลายกลีบแหลม กลีบเลี้ยงคู่ข้างเชื่อมกันที่โคนจนเป็นคางดอกรูปทรงกลมมน กลีบปากเล็ก ปลายกลีบมน พับลงด้านล่างและมีแถบสีน้ำตาลแดงเรื่อๆ เส้าเกสรเล็กและสั้น

การกระจายพันธุ์  :  ไทย เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิจิ
ประเทศไทยพบที่ : ตราด สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช
ลักษณะถิ่นอาศัย  : พบเจริญอยู่บนหินที่มีมอสปกคลุมตามป่าดิบเขาและป่าดิบชื้นที่ความสูง 300-1,000 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ไม่พบปลูกเลี้ยงตามบ้านเรือน แต่พบปลูกในสวนพฤกษศาสตร์ สามารถพบเห็นได้มากในธรรมชาติ
ฤดูออกดอก  :  ฤดูฝน เดือน ก.ค. - ต.ค. ช่วงออกดอกจะไม่ผลัดใบ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือกล้วยไม้เมืองไทย

 

 

 

Abdominea |Acanthephippium| Acampe | Acriopsis | Aerides | Adenoncos | AgrostrophyllumAroectochilus | Anoectochilus | Aphyllorchis | Appendicula | Arachnis
Arundina | Ascocentrum | Biermannia | Bulbophyllum | Brachycorythis | Calanthe | Cephalanthera | Cheirostylis | Chiloschista | Chrysoglossum
Cleisostoma | Coelogyne | Corymborkis | Cryptostylis | Cymbidium | Cyrtosia  | Dendrobium | Dienia| Doritis | Drymoda| Epipogium |Epigeneium
Eria |
Eriodes | Eulophia | Flickingeria | Galeola | Gastrochilus | Gastrodia | Geodorum | Goodyera | Grammatophyllum | Grosourdya | Habenaria
Herminium | Herpysma| Hetaeria | Holcoglossum | Hygrochilus | Ione | kingidium | Lecanorchis | Liparis | Ludisia | Luisia | Malaxis | Macropodanthus 
Micropera | Macropodanthus | Micropera | Microsaccus | Monomeria | Neogyna | Nervilia | Neuwiedia | Oberonia | Odontochilus | Ornithochilus 
Otochilus | Oxystophyllum| Pachystoma | Panisea | Panisia | Paphiopedilum | Papilionanathe | Pecteilis | Pennilabium | Peristylus | Phalaenopsis
Phaius | Pholidota | Pleione| Podochilus | Polystachya | Porpax | Renanthera | Rhomboda | Rhynchogyna | Rhynchostylis | Rhytionanthos
  
Robiquetia | Saccolobiopsis | Sarcoglyphis | Schoenorchis | Seidenfadenia | Smitinandia | Spathoglottis | Staurochilus | Sunipia | Taeniophyllum
  
Tainia | Thelasis | Thrixspermum | Thunia | Trias | Trichoglottis | Trichotosia | Uncifera | Vanda | Vandopsis |
Vanilla | Vrydagzynea | Zeuxine 

         

Side Menu


Shopping

Name : Huperzia goebelii [H-GOEB]
Details : Huperzia goebelii Blue Form size 6" pot and It long more than 50 cm.

Normal price : 30.00
Special price : 23.00

Name : Platycerium Mt. Kitshakood Extra Lagre [PMKK004]
Details : It is new hybrids between P.coronarium x  P.ridleyi   growing by spore size 20" pot
Normal price : 195.00
Special price : 185.00

Name : Platycerium coronarium Philippinse Dwarf [PCORP-D-SP]
Details : This is fresh the spore of Platycerium coronarium var. Philippinse "Dwarf" form
quantity  3,000 - 5,000 spore/pack
Normal price : 20.00
Special price : 15.00

Name : Platycerium grande Extra Large [PGRA004]
Details : It is growing by spore size 20" pot.
Normal price : 160.00
Special price : 160.00

Side Page

 สถิติวันนี้ 184 คน
 สถิติเมื่อวาน 306 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
9240 คน
166766 คน
660609 คน
เริ่มเมื่อ 2012-10-12

อัตราแลกเปลี่ยนเงิน

 

 

 

Copyright (c) 2006 by Siam Exotica Plants