Siam Exotica Plants
                                                                      

 

 

Platycerium wallichii  (wal-lee-key-eye)

Cornman name: Indian Staghorn

     This species is named for Nathaniel Wallich, Director of the Botanic Garden for 30 years, starting in 1815.

   

    This species has tall spreading shields with many rounded lobes along their upper edge. It forms a definite basket. The shields may all be brown while the fertile fronds are still  green.

   

    The fertile fronds have distinctively prominent veins on the upper side. Their shape varies greatly in cultivation. Although there is one main lobe which hangs down and has the main spore patch on it, there may be a lobe to its side with another spore patch, and other lobes to the side of that which have none. If there are enough lobes, the frond becomes fan-like and the outer lobes may even blend in with the shields. The area with the spore patch extends forward and may have points on the edge.

   

   The distribution of P. wallichii in Burma, Thailand, and the Yunnan Province of China. The dotted line is the Tropic of Cancer.

      In nature P. wallichii may In be about xml:namespace prefix = st1 />xml:namespace prefix = st1 />1.3 m. ( 4.5 f t. ) tall, but in cultivation it tends to   be smaller. Few who grow P. wallichii successfully. It may die from rots, but more often it goes into dormancy and never comes out. There is little agreement among those who grow P.wallichii successfully on how the species should be treated. One gives it no water while dormant, another keeps it watered well all year so it does not go dormant. More experiences are needed.

       

      Importers report plants from India are smaller and more apt to go dormant than those from Thailand. Since in Thailand it grows together with P.holttumii plants from there should be adapted to the same conditions as P.holttumii monsoon forests with definite wet and dry seasons. Plants from India are collected from near the border of Burma and China, out of the tropics, where they grow on rocks as well as trees. It could be that cool temperatures during dormancy are important to those plants.

        

      The future of this species probably depends more on sporelings being raised under cultivation here than on imports. These plants could be better conditioned to the environment in collections. The spore are green, an indication they do not live long. They germinate quickly. Sporelings, under very moist conditions.

      

     Hennipman and Roos consider P.wallichii to be most closely related to P. elephantotis. Hoshizaki in an earlier study put it closer to the P.superbum group.

     

     P.wallichii must be considered a difficult species, prone to rots and permanent dormancy. More experience with it is needed. It seems safest to obtain plants from Thailand or sporelings.

 

 เฟินชายผ้าสีดาวัลลีคีอาย (Platycerium wallichii) หรือเรียกว่า "ปีกผีเสื้อ" , "ห่อข้าวย่าบา" เป็นเฟินอิงอาศัยชนิดหนึ่งมีถิ่นกำเนิดกระจายพันธุ์ในประเทศไทย ซึ่งพบมากในภาคเหนือ และอินเดียตะวันออก พม่า ลงไปถึงมาเลเซีย เฟินชายผ้าสีดาวัลลีคีอาย (Platycerium wallichii) เป็นชายผ้าขนาดเล็กที่มีลักษณะสวยงามชนิดหนึ่ง มีเหง้าสั้นทอดนอน ทั่วทั้งต้นมีขนสีขาวนุ่มสั้นทั่วไปคล้ายกำมะหยี่ มีการพักตัว หยุดการเจริญเติบโตในหน้าแล้ง โดยทุกส่วนจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ใบชายจะเหี่ยวและบิดม้วนเป็นเกลี่ยว เหมือนกับมันตายไปแล้ว แต่พอเข้าฤดูฝนใหม่มาถึง ใบชายผ้าที่เหี่ยวนั้นจะคลี่ออกและเขียวสดขึ้น แล้วผลิใบใหม่ออกมาทดแทนอีกครั้ง

       เฟินชายผ้าสีดาวัลลีคีอาย (Platycerium wallichii) ที่พบในจังหวัดทางภาคอีสานตอนบนมักจะพบขึ้นปะปน อยู่กับชายผ้าสีดาฮอลตัม (P.holttumii) ซึ่งอาศัยอยู่ในป่าดิบแล้งด้วยกัน ป่าดังกล่าวมีสภาพภูมิอากาศแบบสะวันนาคือ กึ่งเปียกกึ่งแห้งคราวละ 6 เดือน ในป่าเบญจพรรณทางภาคเหนือของไทยและในตอนเหนือของประเทศพม่า เราจะเห็น ชายผ้าสีดาปีกผีเสื้อนี้ขึ้นอยู่ตามกิ่งไม้และบนโขดหินแกรนิตซึ่งมีช่วงกลางวันร้อน แห้งแล้งแต่มีช่วงกลางคืนอันเยือกเย็นและมีหมอก

         

ลักษณะใบกาบ (Sterlie Frond)

เฟินชายผ้าสีดาวัลลีคีอาย (Platycerium wallichii) มีใบกาบ ชูตั้งขึ้นเป็นรูปตะกร้าแผ่ออก ปลายขอบบนเป็นแฉกหยักลึก ปลายแฉกกลมมนถึงแหลม เส้นใบปูดนูนทั้งสองด้านของใบ ใบกาบส่วนบนมีลักษณะบาง ส่วนล่างหนา มีขนสีขาวปกคลุมทั่วใบ ในช่วงต้นฤดูแล้งจะเห็น ใบกาบเป็นสีน้ำตาล ในขณะที่ใบชายยังคงมีสีเขียวอยู่แต่ม้วนห่อตัวดูคล้ายผ้าขึ้ริ้ว

ลักษณะใบกาบของ P.wallichii Form ที่ 2

ลักษณะใบกาบ (เมื่อมองจากด้านบน)

ลักษณะใบชาย(Fertile Frond)

เฟินชายผ้าสีดาวัลลีคีอาย (Platycerium wallichii)ใบชายจะเป็นแผ่นกว้าง ประกอบด้วยใบชายหลักขนาดใหญ่ 1 ใบ ซึ่งจะห้อยลง ปลายใบแผ่เป็นแฉกริ้วห้อยลง โดยมีแผ่นอับสปอร์ขนาดใหญ่ติดอยู่ด้วย เส้นใบหลักปูดนูนมองเห็นได้ชัดเจน ส่วนเส้นใบรองหรือสาขาดูไม่ชัดเจน ใบเป็นแผ่นหนา ปกคลุมแน่นด้วยขนสีขาว นอกจากนั้นมีแผ่นใบย่อยเกิดขึ้นด้านข้างพร้อมอับสปอร์ขนาดเล็กติดอยู่อีก 1 ที่ ซึ่งเมื่อต้นมีขนาดใหญ่อาจจมีแฉกแผ่นใบย่อยเกิดขึ้นอีกที่ด้านข้าง ซึ่งจะทำให้มีรูปร่างคล้ายพัด โดยมีแฉกใบชายบานออกไปจด กับใบกาบด้านบน

เฟินชายผ้าสีดาวัลลีคีอาย (Platycerium wallichii) ในฤดูแล้งจะพักตัว ใบชายจะเหี่ยวและบิดม้วนเป็นเกลียว

 ลักษณะใบชาย

ลักษณะสภาพใบชายในฤดูพักตัว

ความยากง่ายในการเลี้ยง ดูเหมือนว่าจะเลี้ยงได้ง่าย แต่เอาจริงๆแล้วปลูกเลี้ยงยาก และเน่าง่าย หากได้รับน้ำมากเกินไป ในช่วงการพักตัวทิ้งใบและอาจไม่พื้นคืนชีวิตขึ้นมาอีกเลย ซึ่งมีข้อจำกัดในการปลูกเลี้ยง ดังนี้

     1. ชายผ้าสีดาปีกผีเสื้อเป็นเฟินประเภทผลัดใบ ต้องการระยะเวลาในการพักตัว ในช่วงที่สภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น เกิดความแห้งแล้ง มีความชื้นในอากาศต่ำ แสงแดดจัด อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำ     
      2.
ช่วงเวลาพักตัวนั้น จะหยุดการเจริญเติบโตหากเราไปรดน้ำให้ เชื้อราและแบคทีเรียจะเข้าทำลายจุดเจริญที่พักตัวอยู่นั้น จนเน่า หมดโอกาสจะฟื้นคืนชีพมาได้อีก      
      3.
ช่วงเวลาที่พักตัวควรรักษาสภาพอากาศให้เย็นและแห้งอยู่เสมอ สภาพอากาศที่ร้อนเกินไปอาจจะอุปสรรคต่อการปลูกเฟิน ชนิดนี้

     

ปริมาณน้ำและความชื้นที่ต้องการ  เฟินชายผ้าสีดาวัลลีคีอาย (Platycerium wallichii)ไม่ต้องการปริมาณน้ำมาก แต่ต้องการความชื้นในอากาศสูง ในช่วงการพักตัวไม่ต้องรดน้ำ เพราะระบบรากจะเน่า
แสงสว่าง เฟินชายผ้าสีดาวัลลีคีอาย (Platycerium wallichii) ชอบแสงแดดมาก
อุณหภูมิ

การขยายพันธุ์  เฟินชายผ้าสีดาวัลลีคีอาย (Platycerium wallichii) ไม่แตกหน่อที่ปลายราก ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะสปอร์     สำหรับสปอร์ของชายผ้าชนิดนี้มีสีเขียว ซึ่งแสดงว่ามีอายุการงอกสั้นมาก

 

มีใครเคยสังเกตบ้างไหมว่า Platycerium wallichii หนึ่งในสายพันธุ์ชายผ้าสีดาบ้านเรานั้นมีหลายฟอร์ม เท่าที่ผมสังเกตเห็นพบมี ๓ ฟอร์ม

Platycerium wallichii form 1

Platycerium wallichii form 2

Platycerium wallichii form 3(Fish Tail) 

Platycerium wallichii form 1

Platycerium wallichii form 2

Platycerium wallichii form 3(Fish Tail) 2 รูปหลังเป็นลักษณะการแตกแฉกของใบกาบ(Shield Frond) ส่วน2 รูปแรกเป็นลักษณะการแตกแฉกของใบชาย(fertile Frond)

Platycerium wallichii form 3(Fish Tail) 

  Platycerium wallichii form 1 และ form 2  จะมีลักษณะใบชายคล้ายๆ กัน ต่างกันที่ form 1 ด้านหน้าใบชายมีขนน้อยกว่า  ทำให้มีสีเขียวมากกว่า  แต่ที่มีลักษณะแตกต่างกันมากคือ ใบกาบ ที่ form 1  จะมีใบกาบเป็นแฉกปลายแหลมตรงๆ คล้ายกับของ Platycerium holttumii แต่ใบบางกว่า  ส่วน form 2 ใบกาบจะเป็นคลื่นๆ ปลายมน และมีขนมากกว่า

  Platycerium wallichii form 3 หรือชาวบ้านเรียกว่า ฟอร์มหางปลา (Fish Tail form) ซึ่งมีลักษณะแตกต่างจากสองฟอร์มแรก คือ ผิวปกคลุมด้วยขนสีน้ำตาลแดง โดยเฉพาะปลายใบอ่อน  ใบชายแตกเป็นแฉกปลายแหลมจำนวนมากคล้ายหางปลาเงินปลาทอง และปลายใบกาบก็มีลักษณะแฉกคล้ายๆ กัน  

 

             

P.alcicorne |  P.andinum | P.bifurcatum |  P.coronarium | P.elephantotis | P.ellisii | P.grande | P.hillii | P.holttumii  
P.madagascariens | P.quadridichotomum | P.ridley| P.stemmaria  | P.superbum | P.veitchii | P.wandae | P.willinckii 

Shopping Online

- Species 1>> 2 

- Cultivars and Hybrids 1>>2>>3>>4 

- New Hybrids and Cultivars 1>>2>>3

 

     
 

                

Side Menu


Shopping

Name : Huperzia goebelii [H-GOEB]
Details : Huperzia goebelii Blue Form size 6" pot and It long more than 50 cm.

Normal price : 30.00
Special price : 23.00

Name : Platycerium Mt. Kitshakood Extra Lagre [PMKK004]
Details : It is new hybrids between P.coronarium x  P.ridleyi   growing by spore size 20" pot
Normal price : 195.00
Special price : 185.00

Name : Platycerium coronarium Philippinse Dwarf [PCORP-D-SP]
Details : This is fresh the spore of Platycerium coronarium var. Philippinse "Dwarf" form
quantity  3,000 - 5,000 spore/pack
Normal price : 20.00
Special price : 15.00

Name : Platycerium grande Extra Large [PGRA004]
Details : It is growing by spore size 20" pot.
Normal price : 160.00
Special price : 160.00

Side Page

 สถิติวันนี้ 170 คน
 สถิติเมื่อวาน 306 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
9226 คน
166752 คน
660595 คน
เริ่มเมื่อ 2012-10-12

อัตราแลกเปลี่ยนเงิน

Shipping & Tracking

Copyright (c) 2006 by Siam Exotica Plants